วันศุกร์, 22 มกราคม 2564

ภาพยนตร์ Alexander

26 พ.ย. 2020
14

นักแสดง

-Colin Farrell (Alexander)

-Jessie Kamm (child Alexander)

-Connor Paolo (young Alexander)

-Angelina Jolie (Queen Olympias)

-Val Kilmer (King Philip II)

-Anthony Hopkins (old Ptolemy)

-Elliot Cowan (adult Ptolemy)

กำกับการแสดง

-Oliver Stone

ภาพยนตร์ Alexander ภาพยนตร์แนว epic historical drama อ้างอิงจากชีวประวัติของ กษัตริย์Alexander มหาราช ผู้ล่าอาณาจักร ที่เกรียงไกร ภาพยนตร์เริ่มต้นเรื่องของฟาโรห์ปโตเลมี Ptolemy I Soter แห่งอิยิปต์ เล่าถึงชีวิตวัยเยาว์ของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ โอรสของพระเจ้าฟิลลิป กษัตริย์แห่งมาซีโดเนียผู้รวบรวมนครรัฐต่างๆ ของกรีกเข้าด้วยกัน กับพระนางโอลิมเปียส สาวกของเทพไดโอนิซุส เจ้าชายอเล็กซานเดอร์เจริญพระชันษาท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างพระราชบิดาและพระราชมารดา อเล็กซานเดอร์มีอาจารย์สำคัญด้านวิชาการคืออริสโตเติล ที่สั่งสอนทั้งการต่อสู้ การใช้อาวุธ การปกครอง ภาพยนตร์ที่แสดงถึงความขัดแย้งระหว่างพระเจ้าฟิลลิปกับพระนางโอลิปเปียสได้กระชับ เปิดฉากมาก็จะเห็นพระนางโอลิมเปียสรับบทโดย Angelina Jolie กับพระเจ้าฟิลลิป ที่โผล่เข้ามารังแกพระนางโอลิปเปียจึงสร้างความเจ็บแค้นในใจตลอดมา และเมื่ออเล็กซานเดอร์ขึ้นครองราชย์แล้ว พระนางโอลิมเปียสเข้ามาก้าวก่ายผ่านทางสาส์นที่ส่งไปถวายถึงอเล็กซานเดอร์ในแดนไกลอยู่เสมอ อเล็กซานเดอร์ได้ปราบปรามกบฏในเมืองต่างๆ และก่อสงครามต่างๆ รวมถึงการรบกับพระเจ้า Darius ครั้งแรก และการปลอดปล่อยอิยิปต์ กลายเป็นเพียงคำบอกเล่าไม่กี่ประโยคของปโตเลมี ส่วนการรบกับพระเจ้า Darius ครั้งที่สองที่เมืองกัวกาเมล่า (Gaugamela)ก็ทำออกมาได้สนุกแต่ยังมีติดๆในบางฉากแบบเหมือนไม่สุด เหมือนขาดการเป็นกองทัพขนาดใหญ่ของอเล็กซานเดอร์ ภาพยนตรอเล็กซานเดอร์ ให้ข้อมูลว่าเป็นการต่อกรกันระหว่างกองทัพกรีกประมาณ 4 หมื่น กับกองทัพเปอร์เซียราว 2 แสน 5 หมื่น เอาเป็นว่ากรีกมีน้อยกว่าชนิดที่ต้องใช้สมองกันพร้มอความทุ่มเท ถึงจะชนะได้ ซึ่งภาพยนตร์ก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถตั้งแต่การวางแผนการรบ จนกระทั่งได้ชัยชนะแบบที่อาจารย์อลิสโตเติลเคยสอนไว้ แผนการโดยย่อคือพระองค์จะนำกองทัพม้าล่อหลอกกองทัพม้าเปอร์เซียออกไปทางหนึ่ง จากนั้นเมื่อกองทัพเปอร์เซียที่เหลือเข้าโจมตีทหารราบกรีก แถวทหารจะเปิดช่องให้ทหารพลรถเปอร์เซียวิ่งเลยไปให้ทหารราบอีกส่วนหนึ่งที่รออยู่ข้างหลังโจมตี จากนั้นทหารราบจะยันการบุกของทหารเปอร์เซียให้นานที่สุด ทหารราบอีกส่วนหนึ่งที่ซุ่มรออยู่จะจัดการกับทหารม้าเปอร์เซียที่ทรงล่อมาตั้งแต่แรก ถึงตอนนี้กองทัพเปอร์เซียจะเปิดช่องว่างให้กองทัพม้าของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์โจมตีเข้าหาพระเจ้า Darius ผลเป็นไปตามประวัติศาสตร์ คือพระเจ้า Darius จึงต้องหนี แต่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ต้องล้มเลิกการไล่ตาม เพื่อนำทัพม้ากลับไปช่วยทหารราบที่กำลังเสียเปรียบศัตรู แต่ในที่สุดพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ก็เสด็จเข้ากรุงบาบิลอนได้สำเร็จ ความทะเยอทะยานในการพิชิตอาณาจักร โดยเอาทหารกว่า 150,000 ข้ามเขาฮินดูกุเพื่อทำศึกกับชาวอินเดีย ซึ่งในช่วงแรกภาพยนตร์จะเล่าเกี่ยวกับปัญหาสภาพอากาศกับความขัดแย้งกับบรรดาทหารที่รุนแรงจนถึงกับต้องสังหารไคลตัส ทหารคนสำคัญที่เจ้าฟิลลิปเคยฝากฝัง แต่ต่อมาก็ต้องมาเสียใจทีหลัง คือช่วงเหตุการณ์เกิดขึ้นที่อินเดีย บางฉากใช้สถานที่ในประเทศไทยในการถ่ายทำ ทั้งในฉากค่ายพักแรม ฉากอเล็กซานเดอร์ทรงขัดแย้งกับบรรดาทหารที่ฝั่งแม่น้ำ และฉากรบครั้งสำคัญกับกองทัพช้าง

ส่วนเรื่องเพศสภาพที่ว่าอเล็กซานเดอร์เป็นเกย์หรือไบเซ็กส์ชวลของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์นั้น เป็นประเด็นที่หลายคนไม่ค่อยจะรู้สึกดี แต่เมื่อความจริงของพระองค์ในบางฉากก็สามารถทำให้เชื่อถึงเพศสภาพของอเล็กซานเดอร์ อย่างเฮฟาอีสเตียนนั้น นอกจากจะเป็นคู่รักของพระองค์แล้ว ยังเป็นเป็นผู้เตือนพระสติหลังการสังหารไคลตัส และเป็นทหารคู่พระทัยตลอดพระชนม์ชีพ ประวัติศาสตร์ อเล็กซานเดอร์ ได้ทำสงครามขยายอาณาจักรของเขาออกไปมากยิ่งขึ้นทุกที แล้วค่อย ๆ ลดลงทีละเล็กทีละน้อยจนถึงจุดตกต่ำ การเดินทางฉากสุดท้ายมาถึงเมื่อ อเล็กซานเดอร์ อายุเพียง 33 ปี แต่นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมกรีกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความรุ่งเรืองแห่งคริสตจักรในเวลาต่อมา และขจัดอุปสรรคขัดขวางการแพร่ขยายอาณาจักรโรมันเอาไว้ได้ และอีกเรื่องความภาคภูมิใจที่ประเทศไทยได้มีส่วนร่วมในภาพยนตร์ประวัติศาสตร์สำคัญเรื่องนี้ ฉากในหนังอาจจะไม่ได้สร้างได้อลังการเหมือนจินตนาการที่หวังไว้ แต่เนื้อเรื่องก็ดำเนินไปได้อย่างสนุก ตอบโจทย์ภาพยนตร์แนวประวัติศาสตร์ได้อย่างดี

ความสนุก8/10

เนื้อเรื่อง9/10

Special Effect 7/10

ดูหนัง https://nungs.io/